กับหกเดือนที่หายไป
สวัสดีชาวไทยที่เคารพ
นั่งนับนิ้วดูนี่มันก็ร่วมครึ่งปีแล้วนี่นาที่เราได้ห่างหายไปจากไดคลับแห่งนี้ ที่ที่ช่วยให้ผมระบายอะไรหลายๆอย่าง ที่ที่ช่วยให้ผมเจออะไรดีๆในช่วงที่เหงาสุดขีดเมื่อตอนที่อยู่นิวยอร์ค แต่ตั้งแต่แลปทอปคู่ใจทรยศเดี้ยงไปก่อนทำให้ไม่สามารถอัพได้ เลยพยายยามใช้แมคที่มีอยู่เข้ามาอัพเดท แต่เดชะบุญ เว็บนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเครื่องแมคนี่หว่า ก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาแวะเวียนอีกเลย จนกลับมาสู่มาตุภูมิก็ยังต้องใช้แมคอยู่อีก ประกอบกับการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความสัตย์จริง จนถึงตอนนี้มันก็ร่วมห้าเดือนได้แล้วที่ออกจากบ้านไปเจอเพื่อนทุกวัน ไม่ว่าจะกินข้าว นั่งคุย นั่งเล่น เล่นไพ่ เตะบอล ตีเทนนิส ตีแบด ร้องเพลง ทำมันทุกอย่าง กลับบ้านไม่เคยก่อนเที่ยงคืนเลย เหมือนเก็บกดกับการที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวถึงสองปีเต็ม
การกลับมาครั้งนี้ผมได้ตั้งเป้าหมายอะไรหลายๆอย่าง แต่เหลวทุกอย่าง ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทำแค่ครึ่งๆกลางๆ จะไปสำเร็จได้ไงล่ะ ก็วันๆตื่นมาก็เกือบเที่ยงแล้วออกไปหาข้าวกิน แล้วก็เจอเพื่อน เฮฮาๆๆๆจนดึกดื่นแล้วก็กลับบ้าน เป็นแบบนี่ไปเรื่อยๆ แต่ผมตั้งใจจะเขียนบทภาพยนตร์ให้ได้ซักเรื่องหนึ่ง แต่ก็เขียนไปได้แค่หนึ่งในสี่เท่านั้น แล้วผมก็สูญเสียแรงบันดาลใจไปอย่างหมดสิ้น
เรื่องมันมีอยู่ว่าผมกลับมาในสภาพที่โสดสนิท(แต่มันก็โสดมาตลอดชีวิตอยู่แล้วนี่หว่า) เพื่อนผมก็แนะนำให้รู้จักสาวสวยคนนึง(รึเปล่าหว่า)เปรี้ยวปรี๊ดเข็ดฟัน นั่นแหละฮะ แรงบันดาลใจ ของผมเลยเริ่มขึ้น ความรักมันเป็นพลังขับดันให้โลกเคลื่อนไหว เธอคนนี้ทำให้ผมได้ทำอะไรที่ตัวเองไม่เคยทำให้ใครมาก่อน ถึงแม้มันจะไม่เท่ห์ แต่มันก็สร้างความประทับใจให้กับเธอและคนรอบข้างได้ และแล้วโลกสีชมพูก็ได้พังทลายลงเมื่อปฏิทินผ่านไปได้แค่สองเดือน มันไม่ใช่ความผิดของผมหรือเธอหรือใคร มันเป็นเรื่องของมุมมองและทัศนะคติกันมากกว่า เรามองอะไรแทบจะไม่ตรงกันเลย ผมพูดออกไปอย่างเธอคิดอีกอย่างอะไรทำนองนั้น เธอชอบอยู่ในแสงไฟ ผมชอบอยู่หลังไฟ เธอชอบอยู่ในที่ชุมชน ผมชอบอยู่เงียบๆ แล้วมันก็ไม่คลิ๊กกันด้วย เราเลยตัดสินใจหยุดจากการที่จะเดินไปด้วยกันแบบชายหญิงแล้วเปลี่ยนไปเดินไปด้วยกันแบบเพื่อนฝูงมากกว่า ผมไม่เสียใจนะ แต่รู้สึกว่ามันเป็นสองเดือนที่ดีมาก อยากจะขอบคุณเธอคนนั้นจริงๆ
ช่วงสองเดือนนั้นผมก็นั่งเขียนบทไปเรื่อยๆวันละซีนสองซีน ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นเรื่องจริง คำพูดจริงที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเธอ เป็นเรื่องแต่งซัก15% แต่พอเรื่องทุกอย่างมันหยุดลง ผมก็ยังคงพยายามยังเขียนอยู่ ผมมีเรื่องราวย่อๆตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องแล้ว เพียงแต่รอแค่เขียนรายละเอียดแค่นั้นก็น่าจะเสร็จได้อย่างไม่ยาก จากที่เขียนวันละหน้าสองหน้ากลายเป็นหน้านึง จากหน้านึงลงมาเหลือครึ่งหน้า จากครึ่งหน้าลงมาเป็นสองบรรทัด จากสองบรรทัดกลายเป็นศูนย์ แล้วบทหนังสามสิบสี่สิบหน้าที่ปริ๊นท์ออกมาก็ยังกองอยู่บนโต๊ะอย่างสงบอย่างที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะเสร็จเมื่อไร เมื่อไรจะกลายเป็นร้อยยี่สิบหน้า หวังว่าผมคงจะกลับไปทำให้มันเสร็จนะ
สี่ห้าเดือนในเมืองไทยมันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องเริ่มชีวิตจริงๆซักที อายุก็ยี่สิบแปดไปแล้วแต่ยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย เงินก็ไม่มี ถึงเวลาต้องหางานซักที หวังว่าคงจะหาได้ในเร็ววันนะ สาธุ |